ฟักข้าว
เป็นไม้เลื้อยตามต้นไม้หรือตามรั้วบ้าน โดยมีชื่อเรียกกันต่างไป เช่น ขี้กาเครือ (ปัตตานี) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) แก็ก (Gac เวียดนาม) Baby Jackfruit Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourd, และ Cochinchin Gourd
ถิ่นกำเนิด
ฟักขาว เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด ตั้งแต่ประเทศจีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย บังกลาเทศ และ ฟิลิปปินส์
ลักษณะพืช
ลำต้น
ฟักข้าวเป็นไม้ประเภทล้มลุก โดยเป็นเถาเลื้อย มีมือเกาะ แบบเดียวกับตำลึง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ หรือรูปไข่ รูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ความกว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก
ดอก
ดอกลักษณะดอกจะออกบริเวณข้อต่อระหว่างใบ หรือ ซอกใบ โดยออกข้อละดอก ลักษณะ คล้ายดอกตำลึง ลักษณะกลีบดอก ขาวอมเหลือง หรือขาวแกมเหลือง ก้านเกสรและกลีบละอองมีสีม่วงแกมดำ หรือน้ำตาลแกมม่วง ใบเลี้ยงประดับมีขน โดยดอกจะเป็นดอกแบบ เพศไม่สมบูรณ์ แยกแป็นดอกดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย และจะอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้จะมีสีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ ส่วนดอกเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า
ผล
ผลของฟักข้าวจะมีรูปร่างกลมรี มีหนามเล็ก ๆ อยู่รอบผล ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้องถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง หรือแดงอมส้ม ภายในมีเมล็ดจำนวนมากเรียงตัวกันคล้ายเมล็ดแตง
การขยายพันธุ์
สามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เนืองจากเป็นไม้เถาที่ค่อนข้างต้องการน้ำมาก ฟักข้าวจะเริ่มมีดอกหลังจากปลูกไปได้แล้วประมาณ 2-3เดือน ดอกจะเริ่มออกในราวเดือนพฤษภาคมและให้ดอกจนถึงราวเดือนสิงหาคม ผลสุกใช้เวลาโดยประมาณ 20 วัน เก็บเกี่ยวผลได้ในช่วงเดือน กรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และใน 1 ฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวสามารถได้ผลมากถึง 30-60 ผล
คุณค่าทางโภชนาการ
ในประเทศไทยคนสมัยก่อนนำผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร เนื่องจากรสชาติเนื้อฟักข้าว เหมือนมะละกอ วิธีการนำมารับประทานโดยการนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกินกับน้ำพริก หรือใส่แกง ส่วนยอดอ่อน ใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ โดยการนึ่งหรือลวกให้สุก เช่นเดียวกับผลอ่อนนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค หรือจิ้มน้ำพริกได้เช่นเดียวกัน
ไลโคปีน
(Lycopene)เป็นสารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้นพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศสด
ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่ได้รับความสนใจเนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลดความเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปากเป็นต้น
ประโยชน์จากเบต้าแคโรทีน
1.ดูแลรักษาผิวพรรณอันเป็นส่วนของร่างกายที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทราบว่าอนุมูลอิสระมีผลต่อเราแล้วหรือยัง เช่น ผิวเริ่มเหี่ยวย่น ไม่ผ่องใส
2.ลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง อนุมูลอิสระมีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งเนื้อร้าย การลดปริมาณอนุมูลอิสระเท่ากับลดความเสี่ยงของมะเร็ง ทั้งยังพบว่าบีตา-แคโรทีนให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
3.บำรุงสุขภาพของดวงตา บีตา-แคโรทีนเมื่อโดนย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตาส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
4.ชะลอความแก่ บีตา-แคโรทีนให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมุลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่
ด้วยประโยชน์มากมายของ ฟักข้าว2.ลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง อนุมูลอิสระมีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งเนื้อร้าย การลดปริมาณอนุมูลอิสระเท่ากับลดความเสี่ยงของมะเร็ง ทั้งยังพบว่าบีตา-แคโรทีนให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
3.บำรุงสุขภาพของดวงตา บีตา-แคโรทีนเมื่อโดนย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตาส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
4.ชะลอความแก่ บีตา-แคโรทีนให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมุลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่
ชะลอวัย หน้าใส ห่างไกลมะเร็งร้าย
สรรพคุณเด่นๆ ที่มีเหนือผลไม้อื่นคือ
1. บำรุงผิว ฟักข้าวมีวิตามินเอเป็นพระเอก แต่นอกจากนั้นยังมีวิตามินอี ที่ดูดซึมได้ดีซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ ช่วยเรื่องผิวให้สดใสแข็งแรงอยู่เสมอหน้าหนาวคนที่ผิวแห้ง ควรบำรุงด้วยฟักข้าว จะช่วยได้
2. ป้องกันกระจกตา ฟักข้าวมีวิตามินเอชนิดพิเศษคือ 'ซีแซนทีน(Zeaxanthin)"ที่จะช่วยป้องกัน รังสียูวีให้แก่ลูกตาและวู้นในตา เหมือนดั่งว่ามีเกราะ ป้องกันกระจกตาอีกชั้นหนึ่ง
3. ไล่มะเร็ง มีการศึกษาของญี่ปุ่นชี้ว่าฟักข้าว มีคุณวิบัติต่อเซลล์มะเร็งด้วย ฤทธิ์ไปสกัดการงอกงามของเซลล์มะเร็ง จึงทำให้ฟักข้าวถือเป็นพืชที่อยู่ใน กลุ่ม"นักสู้มะเร็ง(Cancer-Fighter)"สำคัญอย่างหนึ่งในยุทรภพสุขภาพ
4. ป้องกันโรคหัวใจ ฟักข้าวดีมากมายต่อผู้ที่เสี่ยงโรคหัวใจ รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่ เพราะฟักข้าวช่วยดูแลป้องกันอุดตัน และอักเสบของหลอดเลือดหัวใจที่ทำให้เจ็บหน้าอก โดยฟักข้าวไปเพิ่มการทำสอาด หลอดเลือด ลดตะกรันเหมือนเป็น เทศบาลช่วย"ลอกท่อ"ให้
5.ดีต่อต่อมลูกหมาก ด้วยฟักข้าวมีวิตามินสำคัญที่ช่วยต่อมลูกหมากไม่ให้โตคือ "ไลโคปีน"ซึ่งถ้าลำพังแล้ว การจะได้ไลโคปีนต้องกินมะเขือเทศมหาศาลแต่การกินฟักข้าวไม่มากก็ จะได้สารช่วยต่อมลูกหมากพอๆกับมะเขือเทศ
6.ช่วยสร้างเซลล์สืบพันธ์ุ โดยเฉพาะ"สเปิร์ม"ในผู้ชายที่ต้องอาศัยการบำรุงด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งมีอุดมในฟักข้าว การบริโภคฟักข้าวเป็นประจำ จะทำให้ระบบสืบพันธุ์มีสุขภาพดีเรียกสร้าง"พลังรัก"ได้ด้วยฟักข้าวนี่เอง
7.เสริมถูมิคุ้มกัน ด้วยอานิสงส์จากเบต้าแคโรทีนในฟักข้าวอีกครั้ง ทีช่วยส่งให้"เม็ดเลือดขาว"ที่เป็นทหารเดินเท้าในร่างกายเราให้ออกมาทำงานต้านเชื้อโรคอย่างแข็งขัน เป็นดังปราการธรรมชาติให้ร่างกาย
8.ชะลอชรา สูตรสำเร็จข้อหนึ่งของการชะลอชราคือ"แอนตี้ออกซแตนท์"คือ การต้านสนิมแก่ในฟักข้าวมีสารที่ว่านี้อยู่อย่างเข้มข้นและหลากหลาย ดัวนั้นจึงช่วยได้จากภายในสู่ภายนอกให้ร่างกายไม่เสื่อมเร็ว
Orga ออก้า น้ำฟักข้าว
ผสมผลไม้รวม45%(สับปะรด,เสาวรส) ตราออก้า
ข้อมูลโภชนาการ
หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ขวด(180 มล) จำนวนหน่วยบริโภคต่อหน่วยภาชนะบรรจุ : 1
คุณค่าทางโภชนาการต่อหน่วยบริโภค พลังงานทั้งหมด 110 กิโลแคลอรี
ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
ไขมันทั้งหมด 0.5ก 1%
โปรตีน น้อยกว่า 1 ก
คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด26 ก 9%
น้ำตาล 15 ก
โซเดียม 0 มก 0%
ราคา ขวดละ 35 บาท
"ร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปี(Thai RDI)โดย
คิดจากความต้องพลังงานวันละ 2000 กิโลแคลอรี"
เลขทะเบียน อ ย73-2-00355-2-0002
ศูนย์บริการลูกค้า(66) 34 980607,(66)83 6997444ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่เจือสีสังเคราะห์
Orga Capsule ออก้า แคปซูล
ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ฟักข้าวผงแห้งบรรจุแคปซูล (100 แคปซูล)
ส่วนประกอบสำคัญ ใน 1 แคปซูล
วิธีใช้ : รับประทานวันละ 2 แคปซูล
Dietary Food Fakkao Capsule
Fakkao Capsule
Each Capsule Contains
Dietary Fakkao 500 mg
Recommendation: Take 2 Capsule daily
สวัสดีครับ ผมบุญเริง เป็นเส้นเลือดในสมองแตก(อัมพฤกษ์)เป็นมาได้4ปี
แต่เวลานี้ผมปวดเส้นประสาทด้านขวากินยาแก้ปวดวันละ8เม็ด โชคดีทีคนเอาน้ำฟักข้าวได้ลอง
ตอนนี้ผมดื่มน้ำฟักข้าวทุกวัน อาการปวดลดลง กินยาลดลง พร้อมสดชื่น
ฟักข้าว มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ช่วยในการชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
ฟักข้าวมีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอท 10 เท่า และมีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า !
ประโยชน์ ฟักข้าวช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน (เยื่อเมล็ด)
ช่วยป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด
ช่วยป้องกันและช่วยยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
อุมา น้ำมันฟักข้าว
น้ำมันบำรุงผิว สูตรพิเศษที่สกัดจาก ลูกฟักข้าว
ที่มีสารเบต้าแคโรทีน ที่จะทำให้ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน
และนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ
ผมได้ทดลองใช้ทาบนหนังศรีษะ ป้องกันรังแคดีมากครับ
สนใจ 0894913471 พร บุญเริง
บีตา-แคโรทีน (อังกฤษ: β-carotene) เป็นสารตั้งต้นของ วิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนบีตา-แคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
ฟักข้าวที่สมบุรณ์จะมีขนาด 6*3นิ้ว
เมล็ดฟักข้าว ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมากเรียงตัวอยู่คล้ายเมล็ดแตง ด้านในเมล็ดมีเนื้อสีขาว (เมล็ดดิบมีพิษ ต้องคั่วหรือต้มให้สุกก่อนนำมาใช้)
เมล็ดแก่นำมาบดให้แห้ง ผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อย นำมาใช้ทาบริเวณที่มีอาการอักเสบ อาการบวม จะช่วยรักษาอาการได้ และยังช่วยรักษากลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ผดผื่นคันต่างๆ อาการฟกช้ำได้อีกด้วย (เมล็ดแก่)
ผม บุญเริง เนาว์แสง Boonrerng nowsaeng เป็นเจ้าของ บล็อก





จริงๆนะ ดื่มน้ำฟักข้าวทำให้อารมณ์ดี
ตอบลบผมผสมกาแฟนิดหน่อยก็เข้าถ้าเหมือนกัน!
ตอบลบ